วิธีดูแลแว่นตาและแว่นกันแดดให้เหมือนใหม่

มันเป็นเรื่องปกติที่ของที่มีการใช้งานนานแล้วจะเริ่มสกปรกหรือเสื่อมมภาพลง อย่างแว่นสายตา หรือแว่นกันแดด แต่ถ้าเรารู้จักวิธีที่ถนอมและดูรักษาอย่างถูกวิธีแล้วละก็ มันก็จะสามารถทำให้เรายืดระยะเวลาของการใช้งานได้เพิ่มขึ้นวันนี้เราจะพามารู้จักวิธีดูแลรักษา วิธีทำความสะอาด และวิธีการซ่อมแซมอย่างถูกวิธี ทั้งงแว่นสายตา และ แว่นกันแดด

Giftgreats แว่นตา

สิ่งที่ควรปฏิบัติในการดูแลแว่นตาและแว่นกันแดด

  • สวมแว่นและถอดแว่นด้วยมือทั้ง 2 ข้างทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้แว่นเสียรูปทรง และการถอดแว่นด้วยมือเดียว จะทำให้ขาแว่นตากางออกหนึ่งข้าง ทำให้แว่นเสียศูนย์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการมองเห็น
  • หากต้องเช็ดแว่นควรใช้ผ้าเช็ดแว่นในการเช็ดแว่นที่เป็นไมโครไฟเบอร์โดยเฉพาะ หรือหากไม่มี ควรเลือกใช้ผ้าที่อ่อนนุ่ม เพื่อไม่ให้เลนส์แว่นเกิดรอยขูดขีด
  • ควรทำความสะอาดแว่นตาและแว่นกันแดดด้วยน้ำยาทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ซึ่งน้ำยาที่ใช้สามารถเป็นได้ทั้งน้ำยาทำความสะอาดแว่นโดยเฉพาะ และน้ำยาล้านจานที่นำมาผสมน้ำให้เจือจาง
  • หากใช้น้ำยาล้านจานในการทำความเลนส์แว่น ไม่ควรเทน้ำยาลงบนผิวเลนส์โดยตรง ให้ใช้นิ้วแตะมาถูที่เลนส์แว่นให้ทั่ว แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด
  • ไม่ควรปล่อยให้แว่นแห้งเพราะจะทิ้งรอยคราบน้ำเอาไว้

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อการรักษาแว่นตาและแว่นกันแดด

  • เมื่อตัวแว่นมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเพราะหลวม คับ หรือเสียรูปทรง ห้ามแก้ไขหรือปรับแต่งด้วยตนเอง การนำแว่นตาไปติดต่อทางร้านเป็นวิธีการที่ดีที่สุด
  • ไม่ควรวางแว่นตาหรือแว่นกันแดดคว่ำหน้าลงกับพื้น / ในกระเป๋าเสื้อ เนื่องจากจะทำให้เลนส์แว่นเกิดรอยขีดข่วนจากสิ่งของ ทางที่ดีเมื่อใช้งานเสร็จ ควรเก็บแว่นลงกล่องหรือซองแว่นที่มีความแข็งแรงทุกครั้ง เพื่อป้องกันรักษาแว่นตาและเลนส์ให้ใช้ได้นาน และไม่เป็นรอย
  • หลีกเลี่ยงการใช้เสื้อเชิ้ต ผ้าลินิน และผ้าที่ทำจากขนสัตว์เช็ดเลนส์แว่น เพราะผ้าเหล่านี้มีเนื้อแข็งและหยาบ อาจจะทำให้เกิดรอยในระหว่างที่เช็ด
  • ไม่ควรวางแว่นตาหรือแว่นกันแดดไว้ในบริเวณที่มีแสงอาทิตย์นส่องขึ้นหรือมีความร้อน เช่น บริเวณคอนโซลรถยนต์ที่จอดกลางแดดเป็นเวลานาน บริเวณที่มีไอน้ำหรือลมร้อน อย่างในห้องน้ำร้อน ห้องซาวน่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแว่นที่ทำจากวัสดุพลาสติก เพราะความร้อนอาจทำให้รูปทรงเปลี่ยนได้
  • ล้างเลนส์แว่นตาโดยใช้สบู่ เนื่องจากสบู่มีส่วนผสมของไขมันสัตว์ ที่จะทำให้ผิวเลนส์หนืด และทำให้ผิวเลนส์มัลติโค้ดเสีย
  • หลีกเลี่ยงไม่ให้เลนส์แว่นโดนสารเคมีจำพวกน้ำหอม สเปรย์ฉีดผม น้ำยาเช็ดกระจก ฯลฯ ที่สามารถซึมเข้าสู่ผิวเลนส์ได้

เพียงไม่กี่วิธีป้องกันและวิธีดูแลง่ายๆ เท่านี้แว่นสายตาและแว่นกันแดดของคุณก็จะดูเหมือนใหม่ สามารถใช้งานได้นาน และที่สำคัญไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนบ่อยๆ แน่นอน

 

ขอบคุณภาพ แว่นตา จาก Giftgreats 

เปิดโผรายได้ 10 อันดับทีมฟุตบอลหลังจบเกมพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2016-2017

จบไปแล้วสำหรับการแข่งขันพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2016-2017 ที่ผ่านมาในช่วงเดือนพฤษภาคม 2017 ซึ่งเงินที่แต่ละทีมจะได้ในการแข่งแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ นั่นคือเงินที่การันตีว่าจะได้แน่นอน และเงินที่ได้ตามความสามารถและผลงานของทีม สำหรับเงินการันตีว่าจะได้แน่นอนคือ เงินก้อนโตที่ทางพรีเมียร์การันตีว่าจะจ่ายให้ทุกทีม ซึ่งในฤดูกาล 2016-2017 ทุกทีมจะได้เงินกันทีมละ 79,151,989 ปอนด์ หรือประมาณ 3,488,368,259 บาทไทย

อันดับทีมฟุตบอล

ซึ่งได้มาจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในประเทศราว 35 ล้านปอนด์, จากต่างประเทศอีก 39 ล้านปอนด์ และค่าโฆษณาส่วนกลางอีก 4.7 ล้านปอนด์ ส่วนที่สองนั้นคือเงินรางวัลตามผลงานของทีม ในแต่ละอันดับทีมฟุตบอลในลีก จะได้เงินต่างกันราวๆ 1.9 ล้านปอนด์ หรือราวๆ 83,736,363 บาทไทย และแต่ละทีมจะได้เงินจากการถ่ายทอดสดด้วย ซึ่งถ้าเป็นทีมที่ถูกถ่ายทอดสดบ่อยครั้งก็จะยิ่งได้ส่วนแบ่งมากขึ้น

สำหรับในฤดูกาล 2016-2017 ที่ผ่านมา แต่สำหรับทีมทัพปีศาจแดงที่มีเกมลงแข่งขันมาก พวกเขาก็จะได้เงินมากขึ้น และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถึงได้เงินในส่วนนี้มากกว่าอาร์เซนอล แม้ว่าจะจบอันดับต่ำกว่าก็ตาม ส่วนทีมที่มีการถ่ายทอดสดมากที่สุดในฤดูกาล 2016-2017 นั่นคือทีมลิเวอร์พูลที่มีการถ่ายทอดสดทั้งหมด 29 นัด ได้เงินจากส่วนนี้ไปถึง 33.9 ล้านปอนด์ ประมาณ 1,494,033,005 บาทไทย แล้ว10 อันดับทีมฟุตบอลอื่นๆหละได้เงินหลังจบการแข่งขันไปเท่าไหร่กัน

สรุปผล 4 ลีกดังในฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลปี 2016-2017

ในช่วงฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลเป็นช่วงที่แฟนบอลหลายคนตั้งตารอการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลในแต่ละวัน หลายคนมีทีมโปรดที่รอเชียร์อยู่ในใจ ฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลจะมีหลากหลายลีก ในแต่ละประเทศก็จะมีชื่อเรียกฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลที่แตกต่างกัน ซึ่งบทความนี้จะมาแนะนำให้คุณรู้จักกับฤดูกาลแข่งขันฟุตบอล ใน 4 ประเทศ คือ อังกฤษ เยอรมัน สเปน อิตาลี และสรุปผลการแข่งขันในฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลปี 2016-2017

  • พรีเมียร์ลีก (Premier League : England)

ฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในประเทศอังกฤษจัดตั้งขึ้นในปี 1992

ฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจะมีการแข่งขันทั้งหมด 3 ลีก

: ลีกที่ 1 พรีเมียร์ลีก (Premier League)

: ลีกที่ 2 อีเอฟเอแชมป์เปียนชิพ (EFA Champion Ship)

: ลีกที่ 3 อีเอฟแอลลีกวัน (EFL League One)

– ทีมที่ถูกมองว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะคว้าแชมป์รายการนี้ ได้แก่

: แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (Manchester United), ลิเวอร์พูล (Liverpool), อาร์เซนอล (Arsenal), เชลซี (Chelsea)

– ระบบการแข่งขันพรีเมียร์ลีก (Premier League)

มีทีมร่วมแข่งขัน 20 ทีม แข่งขันในระบบพบกันหมด เหย้าและเยือน ทีมชนะได้ 3 คะแนน ทีมเสมอได้ 1 คะแนน และทีมแพ้ไม่ได้คะแนน ตลอดฤดูกาลทุกทีมจะต้องแข่งขันทั้งสิ้น 38 นัด เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 3 สโมสรที่ได้คะแนนน้อยที่สุด จะต้องตกชั้นไปเล่นในลีกที่ 2 อีเอฟเอแชมป์เปียนชิพ (EFA Champion Ship) 4 ทีมที่อันดับดีสุดจะได้ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมป์เปียนลีก (EUFA Champion League) โดยสามทีมอันดับแรกจะผ่านเข้าไปรอในรอบแบ่งกลุ่ม (ทีมชนะเลิศได้อยู่โถ 1) ในขณะที่ทีมอันดับ 4 จะต้องแข่งรอบเพลย์ออฟอีกทีหนึ่ง ส่วนอันดับ 5 จะได้เล่นยูฟ่ายูโรปาลีก (EUFA Europa League) และทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลถ้วยภายในประเทศก็จะได้สิทธิ์ไปเล่นในยูโรปาลีก โดยอัตโนมัติเช่นกัน ในกรณีที่ทีมอันดับ 1-4 ชนะการแข่งขันฟุตบอลถ้วยภายในประเทศ สิทธิ์การแข่งยูฟ่ายูโรปาลีกจะได้แก่อันดับ 6 และ 7 ของพรีเมียร์ลีกแทน

-รายชื่อทีมฟุตบอลในฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลปี 2016-2017

: เอเอฟซีบอร์นมัท (AFC Bournemouth), อาร์เซนอล (Arsenal), เบิร์นลีย์ (Burnley), เชลซี (Chelsea), คริสตัลพาเลซ (Crystal Palace), เอฟเวอร์ตัน (Everton), อัลส์ซิตี (Hull City), เลสเตอร์ซิตี (Leicester City), ลิเวอร์พูล (Liverpool), แมนเชสเตอร์ซิตี (Manchester City), แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (Manchester United), มิดเดิลส์เบรอ (Middlesbrough), เซาแทมป์ตัน (Southampton), สโตกซิตี (Stoke City), ซันเดอร์แลนด์ (Sunderland), สวอนซิตี (Swansea City), ทอตนัมฮอตสเปอร์ (Tottenham Hotspur), วอตฟอร์ด (Watford), เวสต์บรอมมิชอัลเบียน (West Bromwich Albion), เวสต์แฮมยูไนเต็ด (West Ham United)

– สรุปผลตารางคะแนนฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลปี 2016-2017

อันดับ ชื่อทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ คะแนน
1 เชลซี (Chelsea) 38 30 3 5 93
2 ทอตนัมฮอตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) 38 26 8 4 86
3 แมนเชสเตอร์ซิตี (Manchester City) 38 23 9 6 78
4 ลิเวอร์พูล (Liverpool) 38 22 10 6 76
5 อาร์เซนอล (Arsenal) 38 23 6 9 75

– แชมป์พรีเมียร์ลีก (Premier League) ฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลปี 2016-2017

: เชลซี (Chelsea) ด้วยคะแนน 93 คะแนน

อ่านเพิ่มเติม

10 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับแว่นตา Google

ถ้าเกิดคุณเป็นคนนึงที่ถูกอกถูกใจภาพยนตร์ประเภท Sci-Fi คุณก็น่าจะเคยได้เห็นเทคโนโลยีนำสมัยแบบหุ่นยนต์ที่บินได้ การคุยเฟสทามผ่านทางนาฬิกา โดยมีการยิงสัญญาณภาพไปกลางอากาศ หรือการควบคุมคอมพิวเตอร์โดยการสัมผัส กับข้อมูลที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ถ้าเกิดเป็นในรูปแบบภาพยนตร์เทคโนโลยี แบบนี้เราคงเคยเห็นจนชินตา แต่ถ้าหากเทคโนโลยีเหล่านี้ออกมาอยู่ในโลกแห่งความจริงหละ คุณคิดว่าจะเป็นอย่างไร ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเทคโนโลยีสุดล้ำที่เหมือนดึงเราเข้าไปอยู่ในโลกภาพยนตร์ Sci-Fi เทคโนโลยีที่เราจะพูดถึงนั่นก็คือ แว่นตาอัจฉริยะจาก Google.com เว็บไซต์ Search Engine ที่เป็นที่รู้จักกันดีของใครหลายๆคน มาดู 10 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับแว่นตา Google กันเถอะ

แบตเตอรี่ของแว่นตา Google มีความจุ 570 mAh ซึ่งสามารถใช้ได้นานถึง 1 วัน

  • แว่นตา Google ใช้ “เสียง” ในการสั่งงานเป็นหลัก โดยเมื่อคุณต้องการจะสั่งงานแว่นตา คุณต้องเริ่มด้วยการพูดว่า “OK Glass…” แล้วตามด้วยคำสั่งที่เราต้องการ เช่น “Google…” แล้วตามด้วย Keyword คือการใช้ Google Search
  • แว่นตา Google สามารถใช้การเอียงศีรษะเพื่อเลื่อนตำแหน่งของ Cursor ได้อย่างเช่นเมื่อเราได้ข้อมูลจากการค้นใน Google แล้วและเมื่อ Google แสดงผลลัพธ์ที่หน้าจอแล้วเราสามารถเลือกดูผลลัพธ์ได้จาก การ Swipe โดยใช้ศีรษะควบคุมการ Swipe
  • ข้างแว่นตา Google จะมีปุ่มคำว่า Glass อยู่ ซึ่งเป็นเซนเซอร์ตรวจจับว่ามีการสวมแว่นตาอยู่หรือไม่
  • แว่นตา Google มี Touch Pad ที่ใช้ควบคุมการแสดงผลของหน้าจอ โดยใช้นิ้วมือปัดเลื่อนไปทางซ้าย หรือขวาของ Touch Pad เพื่อเลื่อนเมนู และปัดนิ้วลงเพื่อเป็นการถอยหลัง (Back) กลับไปก่อนหน้า
  • แว่นตา Google มีพื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่องถึง 16 GB ใช้ได้จริง 12 GB ซิงค์กับ Google Cloud Storage และมี RAM ขนาด 1 GB
  • กล้องถ่ายรูปของแว่นตาจาก Google ความละเอียด 5 ล้านพิกเซลสามารถปรับองศาของกล้องได้
  • ความละเอียดในการบันทึกวิดีโอของแว่น Google บันทึกได้ถึง HD 720p
  • แว่นตา Google สามารถเชื่อมต่อกับ Smartphone และอุปกรณ์ GPS เพื่อใช้ GPS ผ่านแว่นตาได้

3 ช่องทางงานด้าน Online Marketing

ในยุคสมัยที่อินเตอร์เน็ตเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คน นักการตลาดเลยมองเห็นลู่ทางสำหรับการทำการตลาด ซึ่งสามารถทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น มีการบอกต่อได้ง่ายขึ้น การตลาดแบบนี้เรียกว่า Online Marketing ซึ่งมีลักษณะอย่างไรบ้าน งานด้าน Online Marketing ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึง งานด้าน Online Marketing ทั้งหมด 3 ด้านด้วยกัน

  • Search Engine Marketing (SEM)

การตลาดในงานด้าน Online Marketing ประการแรกเราจะพูดถึง Search Engine Marketing ซึ่งเป็นเครื่องมือทำการตลาดที่ใช้เครื่องมือค้นหาทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งงาน Search Engine Marketing จะทำให้เว็บไซต์ สินค้า และบริการของคุณเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น จึงทำให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ การทำการตลาดในลักษณะนี้เป็นการตลาดที่มีประสิทธิภาพและตรงจุดประสงค์ งานสำคัญในส่วนนี้คือ การใช้ “Keyword” ซึ่งเป็นตัวกำหนดขอบเขต เมื่อมีการป้อน Keyword ในช่องค้นหาบน Search Engine Page จากนั้น Search Engine จะประมวลผลและแสดงรายการเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาตรงกับ Keyword การทำให้เว็บไซต์ติดอันดับต้นๆบนหน้า Search Engine มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดการรับรู้มากขึ้น นำมาซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดย Search Engine Marketing สามารถแบ่งออกได้อีก 2 แบบ นั่นคือ SEO และ PPC

  • SEO (Search Engine Optimization) เป็นการโปรโมทเว็บไซต์เพื่อเพิ่มอันดับของเว็บไซต์ให้ติดอันดับต้นๆบน Search Engine ผ่านการป้อน Keyword ในช่องค้านหาของ Search Engine Page ต่างๆ เช่น Google Yahoo! ซึ่งวิธีการนี้มีเงื่อนไขคือต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในเว็บไซต์ให้เป็นไปตามกฎของ Search Engine นั้นๆที่ได้เลือกใช้
  • PPC (Pay Per Click) เป็นการโปรโมทเว็บไซต์อีกชนิดหนึ่งเพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับคล้ายๆกับ SEO แต่การโปรโมทแบบนี้จะเป็นการโปรโมทผ่านส่วนโฆษณาที่อยู่บน Search Engine Page ซึ่งต้องจ่ายเงินเมื่อมีการ Click เข้าไปดูเว็บไซต์ ซึ่งขั้นตอนนี้ง่ายและรวดเร็วมากกว่าแบบ SEO ไม่ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในเว็บไซต์ เพียงแค่ต้องประมูล Keyword เว็บไซต์ของคุณก็จะสามารถแสดงอยู่บนอันดับต้นๆได้
  • E-mail Marketing

เป็นงานอีกด้านของงานด้าน Online Marketing เป็นวิธีการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยการส่ง E-mail เป็นการประชาสัมพันธ์ที่สามารถสร้างผลกำไรก้อนโตได้ และใช้เงินลงทุนน้อยกว่า Direct Mail การทำวิธีการแบบนี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือต่อธุรกิจและองค์กรได้ ช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า วิธีการนี้มุ่งเน้นการสร้างฐานลูกค้าใหม่และเพิ่มฐานลูกค้าเก่า การทำงานด้าน Online Marketing โดยวิธีการ E-mail Marketing แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

หลักการของงานวิธีนี้คือ โปรแกรมจะนำรายชื่อ E-mail มาจากที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นตามเว็บบอร์ดต่างๆหรือซื้อรายชื่อ E-mail มา จากนั้นข้อความที่เราต้องการจะประชาสัมพันธ์จะถูกส่งไปยัง E-mail นั้นๆ แต่วิธีนี้เมื่อ E-mail ถูกส่งไปแล้วจะกลายเป็น Spam เกือบทั้งหมด วิธีการแก้ไขปัญหานี้แก้ได้โดยการตั้งค่า Pop3 หรือ Smtp ในการส่ง E-mail ผ่าน Webhosting ที่คุณใช้บริการ อาจทำให้ Mail Server ของผู้ให้บริการล่มได้ ทำให้ Webhosting ปิดหรือเลิกใช้บริการของคุณโดยทันที ก่อให้เกิดความเสียหายและทำให้โอกาสทางการตลาดของคุณลดลงด้วย

  • การทำ E-mail Marketing ผ่านให้ผู้บริการด้านนี้โดยเฉพาะ

วิธีการของงานด้าน Online Marketing โดยการทำ E-mail Marketing ผ่านผู้ให้บริการด้านนี้โดยเฉพาะ โดยผู้ให้บริการจะส่งข้อความที่คุณต้องการประชาสัมพันธ์ด้วย Mail Server ผ่านระบบ E-mail Filters ข้อความส่วนใหญ่จะถูกส่งเข้า Inbox ทำให้สามารถเพิ่มโอกาสในการทำการตลาดของคุณได้ ซึ่งวิธีการนี้ใช้ระยะเวลาในการจัดการที่สั้นลง สามารถทำรายการทั้งหมด ผ่านเว็บไซต์ของให้ผู้บริการได้เลย

  • Social Media Marketing (SMM)

สุดท้ายในงานด้าน Online Marketing ที่เราจะพูดถึงในบทความนี้คือ Social Media Marketing การตลาดแบบนี้เป็นการตลาดที่ใช้ Social Media หรือ สื่อสังคมออนไลน์ เป็นเครื่องมือหนึ่งที่คุณสามารถนำมาใช้ในการโปรโมทเว็บไซต์ชองคุณได้ เนื่องจาก Social Media เป็นช่องทางการรับรู้ข่าวสารที่นิยมที่สุดในยุคนี้ ผู้ใช้สื่อออนไลน์สามารถเข้าถึงสารได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว การทำการตลาดผ่าน Social Media จะช่วยผลักดันเว็บไซต์ธุรกิจของคุณขยับขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆใน Search Engine ข้อดีของ Social Media Marketing คือ สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ประชาสัมพันธืแล้วทำให้เกิดการรับรู้ได้เยอะและรวดเร็ว

จะเห็นได้ว่างานด้าน Online Marketing มีความคล้ายคลึงกับการตลาดแบบเดิม แต่มีการเปลี่ยนแปลงช่องทางในการกระจายข่าวสารประชาสัมพันธ์ซึ่งงานด้าน Online Marketing เป็นการตลาดที่ไม่ยาก เพียงแค่ต้องเลือกเครื่องมือที่ถูกต้องและเหมาะสม

รู้ไว้ก่อนซื้อ! การเลือกเลนส์แว่นตา สำคัญกว่าที่คุณคิด

คนทุกคนย่อมมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน เรื่องของสายตาเองก็เช่นเดียวกัน การเลือกแว่นตาใส่ไปไหนมาไหนจึงควรต้องเลือกให้เข้ากับรูปหน้าเรามากที่สุด นอกจากแว่นตาที่ใส่จะต้องเหมาะกับเราแล้ว การเลือกเลนส์แว่นตาก็สำคัญเช่นกัน ดังนั้นในการตัดแว่นสายตานั้น เราต้องคำนึงถึงสายตาของเรา รวมไปถึงเลนส์แว่นตา วันนี้เรามีข้อแนะนำในการเลือกแว่นสายตามาฝากกันค่ะ ลองดูกันนะคะว่าคุณเหมาะกับแบบไหน

เลนส์แว่นตา

เลนส์แว่นตา

  1. สายตาปกติ

สำหรับผู้ที่มีสายตาปกติ หากสนใจที่จะใส่แว่นตาก็ต้องคำนึงว่าจะนำไปใช้งานในลักษณะใด หากต้องใช้สายตาในการอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือต้องเผชิญกับฝุ่นและแสงแดดบ่อยๆ ก็ควรสวมแว่นที่เป็นแว่นตากรองแสง โดยเป็นเลนส์มัลติโค้ด หรือเลนส์มัลติโค้ดเปลี่ยนสีก็สามารถช่วยป้องกันได้

  1. สายตาสั้น

ผู้ที่สายตาสั้นส่วนใหญ่แล้วจะใช้แว่นตาที่ขอบหนาเป็นพิเศษ และการเลือกเลนส์แว่นตาควรเลือกใช้เลนส์แบบย่อบางเคลือบแข็ง จะสามารถช่วยให้มองเห็นชัดขึ้นได้

  1. สายตาสั้นและเอียง

ผู้ที่มีสายตาสั้นและเอียง ในบางครั้งจะมีอาการปวดหัว หรือมึนงง ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้แว่นตาที่มีเลนส์มัลติโค้ดเป็นส่วนประกอบ เพราะจะทำให้มองเห็นภาพได้คมชัด เพราะมีความใสกว่าเลนส์พลาสติก จึงสามารถช่วยลดอาการดังกล่าวได้

  1. สายตายาว

สำหรับผู้ที่มีสายตายาวจะมีปัญหาค่อนข้างเยอะ ลักษณะของเลนส์จะเป็นแบบที่ตรงกลางหนาเป็นพิเศษ การเลือกเลนส์แว่นตาควรเลือกแบบย่อบางเคลือบแข็ง ซึ่งสามารถทำให้มองเห็นชัดขึ้นได้เป็นอย่างดี

  1. สายตายาวและเอียง

ผู้ที่มีสายตายาวและเอียง จะมีปัญหาคล้ายๆ กับผู้ที่มีสายตาสั้นและเอียง คือในบางครั้งจะมีอาการมึนงง ดังนั้นแว่นตาที่ใช้ก็จะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งก็คือเลนส์มัลติโค้ด เพราะจะทำให้มองภาพได้คมชัด และมีลักษณะที่ใสกว่าเลนส์พลาสติก ช่วยในการมองเห็นได้ดี

นอกจากนั้นในการเลือกเลนส์แว่นตา นอกจากจะต้องคำนึงถึงสายตาแล้ว เมื่อไปเลือกซื้อแว่นเราควรคำนึงถึงหลักต่างๆ อีก อาทิ ให้ดูผลการวัดสายตาของเราให้ดี และให้คำนึงว่าสถานที่ที่วัดให้มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน เพราะหากวัดสายตาผิดมาก็อาจทำให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ได้ ต่อมาคือดูเรื่องของลักษณะการนำไปใช้ เช่น ใช้จ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เลนส์ที่ใช้ก็ควรมีคุณสมบัติในการป้องกันรังสีจากจอคอมพิวเตอร์ด้วย เป็นต้น รวมไปถึงการเลือกวัสดุในการทำเลนส์ การเคลือบเลนส์ ให้ตรงตามความต้องการ และที่สำคัญควรศึกษาราคา และการรับประกัน โดยให้เรื่องของแบรนด์มาเป็นเรืองรอง เพราะถือว่าการรับประกันสินค้าสำคัญกว่าเป็นอย่างมาก

เลนส์แว่นตามีหลากหลายแบบ ดังนั้นการเลือกเลนส์แว่นตาก็ควรคำนึงถึงสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อที่ว่าแว่นตาที่ซื้อมาจะได้อยู่กับเราไปนานๆ และเกิดประโยชน์กับผู้ใช้ได้อย่างสูงสุด เพราะดวงตาของใครใครก็รัก การจะเสียเงินเพื่อดูแลตัวเองก็ไม่น่าใช่เรื่องเสียหายอะไรไม่ใช่หรือ?

ขอบคุณภาพ แว่นตา สวยๆจาก https://www.facebook.com/giftgreats/

Apple Store สิงคโปร์ สโตร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประเทศสิงคโปร์ ประเทศแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็น shop ที่ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุด พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 พฤษภาคม โดยเปิดตัวในรอบสื่อมวลชน ให้บรรดาสื่อจากหลายๆประเทศ ได้เข้าไปสำรวจ

Apple Store ของสิงคโปร์ตั้งอยู่บนถนนที่เป็นแหล่งชอปปิ้งชื่อดัง ย่าน Orchard ภายในมีทั้งหมด 2 ชั้น ตกแต่งโล่งโปร่ง สบาย โดยใช้กระจก ชั่นล่างเป็นผลิตภัณฑ์ของ apple ทั้งหมด ส่วนชั้นบนตกแต่งด้วยต้นไม้จริง จากประเทศจีน มีแบ่งออกเป็นโซนการเรียนรู้ และ การจัดกิจกรรม ให้ศิลปินท้องถิ่นมีส่วนร่วมกับการใช้เทคโนโลยีของ Apple คนทั่วไปสามารถเข้าฟังได้ทุกสัปดาห์

นอกเหนือจากอุปกรณ์ไอทีแล้ว Apple Store จะทยอยนำ สินค้าหมวดหมู่ชนิดอื่นเข้ามาเพิ่มเติมด้วย เช่น อุปกรณ์ฟิตเนส หากใครได้มีโอกาสไปเที่ยวสิงคโปร์ อย่าลืมแวะไปย่านชอปปิ้งชื่อดังอย่างย่าน Orchard แห่งนี้กันด้วยนะ

รัฐบาลอินเดียประกาศ ห้ามรถรัฐมนตรีติดไซเรน

นายกอินเดียประกาศยกเลิก ห้ามรถรัฐบาล เจ้าหน้าที่อาวุโส ติดไซเรน และไม่ต้องมีรถตำรวจนำขบวน จะอนุญาติเพียงรถฉุกเฉิน รถพยาบาล รถดับเพลิง และรถตำรวจเท่านั้น ที่สามารถติดสัญญาณไซเรนได้

เนื่องมาจากบุคคลวีไอพี ทางอินเดียมักใช้สัญญาณไซเรนเพื่อการฝ่าจราจรในช่วงรถติดกลางเมือง ทำให้ประชาชนผู้ใช้ถนนทั่วไปเกิดความลำบาก โดยคำสั่งนี้จะเริ่มต้น 1 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป คำสั่งนี้เป็นการสร้างความเท่าเทียมให้กับประชาชนในประเทศอินเดียมากทีเดียว

โดยนายกรัฐมนตรีของอินเดีย นายนาเรนทรา โมดี ทวิตผ่านทวิตเตอร์ว่า “Every Indian is special. Every Indian is a VIP.”

โฆษณาสินค้า ให้น่าเชื่อถือ ทำได้ง่าย ๆ แค่ไม่กี่ขั้นตอน

โฆษณาเกินเชื่อ โฆษณาเกินจริง สินค้าตัวนี้จะใช้ได้จริงหรอ หน้าตาไม่น่าใช้เลย คำเหล่านี้เราอาจจะได้เคยยินผ่านหูมาเป็นจำนวนมาก หรือ บางครั้งตัวเราอาจจะเป็นคนพูดคำเหล่านั้นออกมาเอง ซึ่งส่วนมาก โฆษณาสินค้าที่เรามักมองข้าม สังเกตง่าย ๆ คือ มักจะเต็มไปด้วยข้อความยาวเหยียดหรือการจัดวางที่มั่ว แบบไม่มีดีไซน์ หรือ ไม่มีลิ้งค์ไปยังหน้าร้านให้สามารถตรวจสอบได้ วันนี้เราจึงอยากแนะนำขั้นตอนง่าย ๆ ในการโฆษณาสินค้า ให้มีความน่าเชื่อมั่นมากขึ้น

online advertising

  1. เปิดเว็บไซต์ หรือสร้าง Fan page ใน Facebook หรือในช่องทางอื่น ๆ เป็นของตัวเอง ซึ่งจะช่วยเป็นสื่อกลางให้กับคนที่สนใจ ได้เข้ามาเลือกดูสินค้า เป็นการสร้างการตลาดแบบออนไลน์ เป็นช่องทางการโฆษณาสินค้า ที่ทำได้ง่าย โดยต้องคำนึงถึงการออกแบบหน้าเว็บไซต์ด้วย กำหนดโทนและทิศทางของเวบไซต์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
  1. ชื่อร้าน ต้องตั้งให้เด่น อาจใช้การเล่นคำพ้องเสียง พ้องรูป หรือ คำเปรียบเทียบ ซึ่งชื่ออาจระบุสินค้าลงไปด้วยได้ เพื่อเป็นการโฆษณาสินค้าไปในตัว แต่สิ่งที่ไม่ควรทำเลย คือ การยัดทุกอย่างลงไปในชื่อร้าน จนทำให้ชื่อร้านยาวจนเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้าจำไม่ได้
  1. ข้อมูลต่าง ๆ ควรระบุอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ตั้ง ราคา และช่องทางการติดต่อ รวมไปถึง รูปภาพสินค้า อาจทำเป็นภาพ Cover หรือ ภาพปักหมุด ถ้ามีหน้าร้าน ควรถ่ายภาพมาแสดงโชว์ เพื่อเป็นการระบุว่าคุณมีตัวตนจริง สามารถตามไปได้ที่ที่ภาพแสดงได้จริง ซึ่งภาพถ่ายก็ควร หาจุดเด่น หรือแลนด์มาร์ค ที่ใกล้ร้าน เพื่อความสะดวกต่อการเดินทางไปหน้าร้านของลูกค้าในอนาคต
  1. กำหนดราคาสินค้า เรื่องนี้อาจขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าของแบรนด์เอง แต่ราคาที่ดี ควรไม่มากไปหรือต่ำไป หากอยากสร้างความเชื่อมั่นในการโฆษณาสินค้า ตั้งราคาให้ดูจากคู่แข่งในโลกออนไลน์ของเรา แต่ถ้าไม่มีคู่แข่ง ก็สามารถตั้งราคาได้อยากอิสระ
  1. กำหนดเวลาในการจัดส่ง และพร้อมตอบคำถาม การขายของในโลกออนไลน์ นอกจากการโฆษณาสินค้า เจ้าของสินค้า บริการ ก็ต้องเตรียมพร้อมในการตอบคำถามเกี่ยวกับข้อมูลสินค้า หรือ ข้อมูลเพิ่มเติม ยิ่งสามารถตอบได้เร็วเท่าไหร่ ลูกค้าก็จะยิ่งรู้สึกประทับใจ การส่งของก็ควรตรงต่อเวลา หมั่นแจ้งเลขแทรค ติดตามพัสดุ รีวิวการส่งและรับ เพื่อซื้อใจ และแสดงให้เห็นว่าร้านของคุณส่งจริง

เพียงไม่กี่ขั้นตอน การโฆษณาสินค้า ของคุณก็จะน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่ถ้าคุณไม่มีเวลามากพอในการหมั่นโพส หมั่นเชค หรืออัพเดตเทรนด์ต่าง ๆ ให้กับสินค้า หรือหน้าเว็บไซต์ของคุณ ก็ยังคงมีอีกหนึ่งช่องทางง่าย ๆ คือ การส่งต่อให้ผู้เชียวชาญได้เข้าไปเป็นทีมหนึ่งในการพัฒนาการโฆษณาสินค้า เพื่อผลตอบแทนที่เกินคุ้ม