3 ช่องทางงานด้าน Online Marketing

ในยุคสมัยที่อินเตอร์เน็ตเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คน นักการตลาดเลยมองเห็นลู่ทางสำหรับการทำการตลาด ซึ่งสามารถทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น มีการบอกต่อได้ง่ายขึ้น การตลาดแบบนี้เรียกว่า Online Marketing ซึ่งมีลักษณะอย่างไรบ้าน งานด้าน Online Marketing ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึง งานด้าน Online Marketing ทั้งหมด 3 ด้านด้วยกัน

  • Search Engine Marketing (SEM)

การตลาดในงานด้าน Online Marketing ประการแรกเราจะพูดถึง Search Engine Marketing ซึ่งเป็นเครื่องมือทำการตลาดที่ใช้เครื่องมือค้นหาทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งงาน Search Engine Marketing จะทำให้เว็บไซต์ สินค้า และบริการของคุณเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น จึงทำให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ การทำการตลาดในลักษณะนี้เป็นการตลาดที่มีประสิทธิภาพและตรงจุดประสงค์ งานสำคัญในส่วนนี้คือ การใช้ “Keyword” ซึ่งเป็นตัวกำหนดขอบเขต เมื่อมีการป้อน Keyword ในช่องค้นหาบน Search Engine Page จากนั้น Search Engine จะประมวลผลและแสดงรายการเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาตรงกับ Keyword การทำให้เว็บไซต์ติดอันดับต้นๆบนหน้า Search Engine มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดการรับรู้มากขึ้น นำมาซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดย Search Engine Marketing สามารถแบ่งออกได้อีก 2 แบบ นั่นคือ SEO และ PPC

  • SEO (Search Engine Optimization) เป็นการโปรโมทเว็บไซต์เพื่อเพิ่มอันดับของเว็บไซต์ให้ติดอันดับต้นๆบน Search Engine ผ่านการป้อน Keyword ในช่องค้านหาของ Search Engine Page ต่างๆ เช่น Google Yahoo! ซึ่งวิธีการนี้มีเงื่อนไขคือต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในเว็บไซต์ให้เป็นไปตามกฎของ Search Engine นั้นๆที่ได้เลือกใช้
  • PPC (Pay Per Click) เป็นการโปรโมทเว็บไซต์อีกชนิดหนึ่งเพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับคล้ายๆกับ SEO แต่การโปรโมทแบบนี้จะเป็นการโปรโมทผ่านส่วนโฆษณาที่อยู่บน Search Engine Page ซึ่งต้องจ่ายเงินเมื่อมีการ Click เข้าไปดูเว็บไซต์ ซึ่งขั้นตอนนี้ง่ายและรวดเร็วมากกว่าแบบ SEO ไม่ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในเว็บไซต์ เพียงแค่ต้องประมูล Keyword เว็บไซต์ของคุณก็จะสามารถแสดงอยู่บนอันดับต้นๆได้
  • E-mail Marketing

เป็นงานอีกด้านของงานด้าน Online Marketing เป็นวิธีการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยการส่ง E-mail เป็นการประชาสัมพันธ์ที่สามารถสร้างผลกำไรก้อนโตได้ และใช้เงินลงทุนน้อยกว่า Direct Mail การทำวิธีการแบบนี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือต่อธุรกิจและองค์กรได้ ช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า วิธีการนี้มุ่งเน้นการสร้างฐานลูกค้าใหม่และเพิ่มฐานลูกค้าเก่า การทำงานด้าน Online Marketing โดยวิธีการ E-mail Marketing แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

หลักการของงานวิธีนี้คือ โปรแกรมจะนำรายชื่อ E-mail มาจากที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นตามเว็บบอร์ดต่างๆหรือซื้อรายชื่อ E-mail มา จากนั้นข้อความที่เราต้องการจะประชาสัมพันธ์จะถูกส่งไปยัง E-mail นั้นๆ แต่วิธีนี้เมื่อ E-mail ถูกส่งไปแล้วจะกลายเป็น Spam เกือบทั้งหมด วิธีการแก้ไขปัญหานี้แก้ได้โดยการตั้งค่า Pop3 หรือ Smtp ในการส่ง E-mail ผ่าน Webhosting ที่คุณใช้บริการ อาจทำให้ Mail Server ของผู้ให้บริการล่มได้ ทำให้ Webhosting ปิดหรือเลิกใช้บริการของคุณโดยทันที ก่อให้เกิดความเสียหายและทำให้โอกาสทางการตลาดของคุณลดลงด้วย

  • การทำ E-mail Marketing ผ่านให้ผู้บริการด้านนี้โดยเฉพาะ

วิธีการของงานด้าน Online Marketing โดยการทำ E-mail Marketing ผ่านผู้ให้บริการด้านนี้โดยเฉพาะ โดยผู้ให้บริการจะส่งข้อความที่คุณต้องการประชาสัมพันธ์ด้วย Mail Server ผ่านระบบ E-mail Filters ข้อความส่วนใหญ่จะถูกส่งเข้า Inbox ทำให้สามารถเพิ่มโอกาสในการทำการตลาดของคุณได้ ซึ่งวิธีการนี้ใช้ระยะเวลาในการจัดการที่สั้นลง สามารถทำรายการทั้งหมด ผ่านเว็บไซต์ของให้ผู้บริการได้เลย

  • Social Media Marketing (SMM)

สุดท้ายในงานด้าน Online Marketing ที่เราจะพูดถึงในบทความนี้คือ Social Media Marketing การตลาดแบบนี้เป็นการตลาดที่ใช้ Social Media หรือ สื่อสังคมออนไลน์ เป็นเครื่องมือหนึ่งที่คุณสามารถนำมาใช้ในการโปรโมทเว็บไซต์ชองคุณได้ เนื่องจาก Social Media เป็นช่องทางการรับรู้ข่าวสารที่นิยมที่สุดในยุคนี้ ผู้ใช้สื่อออนไลน์สามารถเข้าถึงสารได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว การทำการตลาดผ่าน Social Media จะช่วยผลักดันเว็บไซต์ธุรกิจของคุณขยับขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆใน Search Engine ข้อดีของ Social Media Marketing คือ สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ประชาสัมพันธืแล้วทำให้เกิดการรับรู้ได้เยอะและรวดเร็ว

จะเห็นได้ว่างานด้าน Online Marketing มีความคล้ายคลึงกับการตลาดแบบเดิม แต่มีการเปลี่ยนแปลงช่องทางในการกระจายข่าวสารประชาสัมพันธ์ซึ่งงานด้าน Online Marketing เป็นการตลาดที่ไม่ยาก เพียงแค่ต้องเลือกเครื่องมือที่ถูกต้องและเหมาะสม

เทคนิคสร้างแบรนด์กับบริษัทโฆษณาให้ประสบความสำเร็จ เงินไม่สูญเปล่า

การโฆษณา คือ ปัจจัยสำคัญในการสร้างแบรนด์และทำธุรกิจให้เป็นที่รู้จัก เพื่อนำไปสู่การสร้างยอดขายและสร้างผลกำไร แต่หากเจ้าของธุรกิจยังไม่เชี่ยวชาญพอ การทำโฆษณาด้วยตนเองอาจจะไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ ช่องทางหนึ่งที่น่าสนใจก็คือการเลือกทำโฆษณากับสื่อกลางอย่างบริษัทโฆษณามืออาชีพ เพื่อให้ธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากขึ้นและเร็วขึ้น

วิธีเลือกบริษัทโฆษณาให้ตอบโจทย์

ปัจจุบันมีบริษัทโฆษณาในประเทศไทยมากมายหลายแห่ง การเลือกบริษัทโฆษณาจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ตอบโจทย์ธุรกิจมากที่สุด และคุ่มค่ากับการลงทุนมากที่สุด โดยใช้เกณฑ์ในการพิจารณา ดังนี้

  • สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงในการเลือกบริษัทโฆษณาก็คือ การตั้งงบประมาณให้เหมาะสมกับขนาดขององค์กร เช่น หากคุณทำธุรกิจขนาดไม่ใหญ่มาก เงินทุนน้อย ก็ไม่ควรไปทุ่มทุนจ้างบริษัทโฆษณาดังๆ ระดับ Top ราคาแพงๆ เพราะจะทำให้งบบานปลายโดยใช่เหตุ
  • พิจารณาจากผลงานเก่าๆที่บริษัทโฆษณานั้นๆเคยทำมาก่อน เพราะโดยปกติแล้ว บริษัทโฆษณาต่างๆมักจะเก็บพอร์ทผลงานไว้อยู่แล้ว ลองขอดูผลงานส่วนนี้ประกอบการตัดสินใจได้
  • ลองดูแนวคิด และวิธีการทำงานของบริษัทโฆษณานั้นๆว่าสอดคล้องกับความต้องการของเราหรือไม่ หรือมีประสบการณ์การทำโฆษณาในกลุ่มสินค้าประเภทเดียวกับเรามาก่อนหรือเปล่า เพื่อจะได้ทำงานได้ง่ายขึ้น

บรีฟ “ให้ข้อมูล” แก่บริษัทโฆษณาให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

การจ้างบริษัทโฆษณา ก็เหมือนกับการหา Partner ในการร่วมงาน สิ่งที่สำคัญจึงอยู่ที่การให้ข้อมูลต่างๆเพื่อให้ง่ายต่อการวางแผน และทำโฆษณาได้ตรงตามความต้องการ โดยข้อมูลสำคัญๆที่เจ้าของธุรกิจควรแจ้งแก่บริษัทโฆษณาประกอบด้วย

  • เป้าหมายหลักของการโฆษณาคืออะไร? แจ้งความต้องการของเราให้บริษัทโฆษณาทราบอย่างชัดเจน เพื่อการดำเนินการที่ตรงจุด เช่น ต้องการโปรโมทสินค้าใหม่ ต้องการสร้างแบรนด์ หรือต้องการกระตุ้นยอดขาย เป็นต้น
  • มีงบประมาณเท่าไหร่? กำหนดงบประมาณให้ชัดเจน เพื่อให้บริษัทโฆษณาได้ทำการการวางแผนต่างๆได้ง่ายขึ้นและเป็นการป้องกันปัญหางบบานปลายอีกด้วย
  • กลุ่มเป้าหมายคือใคร? วิเคราะห์ว่า Target ของเราคือใคร เพราะยิ่งระบุกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนเพียงใด โอกาสในการทำโฆษณาให้ประสบความสำเร็จก็จะง่ายขึ้นและได้ผลมากขึ้นเท่านั้น
  • ต้องการโฆษณาเมื่อไหร่? ระบุให้ชัดเจนว่าต้องการให้โฆษณาออกมาช่วงเวลาใด ระยะเวลานานแค่ไหน เพื่อการวางแผนได้ง่ายขึ้น
  • โฆษณาผ่านสื่ออะไร? ต้องการโฆษณาผ่านช่องทางใด เช่น โทรทัศน์  วิทยุ  สื่อสิ่งพิมพ์ หรือออนไลน์
  • จุดขายของสินค้าคืออะไร? จุดขายของสินค้าคือสิ่งที่สำคัญมาก เพราะบริษัทโฆษณาจะได้นำไปวางแผนเพื่อหาช่องทางทำโฆษณาสู้กับคู่แข่งได้

เลือกบริษัทโฆษณาให้เหมาะสม แจ้งข้อมูลต่างๆแก่บริษัทโฆษณาให้ครบถ้วน เพียงเท่านี้…ก็ใกล้ความสำเร็จในการทำโฆษณาเข้าไปอีกขั้น