3 ช่องทางงานด้าน Online Marketing

ในยุคสมัยที่อินเตอร์เน็ตเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คน นักการตลาดเลยมองเห็นลู่ทางสำหรับการทำการตลาด ซึ่งสามารถทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น มีการบอกต่อได้ง่ายขึ้น การตลาดแบบนี้เรียกว่า Online Marketing ซึ่งมีลักษณะอย่างไรบ้าน งานด้าน Online Marketing ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึง งานด้าน Online Marketing ทั้งหมด 3 ด้านด้วยกัน

  • Search Engine Marketing (SEM)

การตลาดในงานด้าน Online Marketing ประการแรกเราจะพูดถึง Search Engine Marketing ซึ่งเป็นเครื่องมือทำการตลาดที่ใช้เครื่องมือค้นหาทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งงาน Search Engine Marketing จะทำให้เว็บไซต์ สินค้า และบริการของคุณเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น จึงทำให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ การทำการตลาดในลักษณะนี้เป็นการตลาดที่มีประสิทธิภาพและตรงจุดประสงค์ งานสำคัญในส่วนนี้คือ การใช้ “Keyword” ซึ่งเป็นตัวกำหนดขอบเขต เมื่อมีการป้อน Keyword ในช่องค้นหาบน Search Engine Page จากนั้น Search Engine จะประมวลผลและแสดงรายการเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาตรงกับ Keyword การทำให้เว็บไซต์ติดอันดับต้นๆบนหน้า Search Engine มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดการรับรู้มากขึ้น นำมาซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดย Search Engine Marketing สามารถแบ่งออกได้อีก 2 แบบ นั่นคือ SEO และ PPC

  • SEO (Search Engine Optimization) เป็นการโปรโมทเว็บไซต์เพื่อเพิ่มอันดับของเว็บไซต์ให้ติดอันดับต้นๆบน Search Engine ผ่านการป้อน Keyword ในช่องค้านหาของ Search Engine Page ต่างๆ เช่น Google Yahoo! ซึ่งวิธีการนี้มีเงื่อนไขคือต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในเว็บไซต์ให้เป็นไปตามกฎของ Search Engine นั้นๆที่ได้เลือกใช้
  • PPC (Pay Per Click) เป็นการโปรโมทเว็บไซต์อีกชนิดหนึ่งเพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับคล้ายๆกับ SEO แต่การโปรโมทแบบนี้จะเป็นการโปรโมทผ่านส่วนโฆษณาที่อยู่บน Search Engine Page ซึ่งต้องจ่ายเงินเมื่อมีการ Click เข้าไปดูเว็บไซต์ ซึ่งขั้นตอนนี้ง่ายและรวดเร็วมากกว่าแบบ SEO ไม่ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในเว็บไซต์ เพียงแค่ต้องประมูล Keyword เว็บไซต์ของคุณก็จะสามารถแสดงอยู่บนอันดับต้นๆได้
  • E-mail Marketing

เป็นงานอีกด้านของงานด้าน Online Marketing เป็นวิธีการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยการส่ง E-mail เป็นการประชาสัมพันธ์ที่สามารถสร้างผลกำไรก้อนโตได้ และใช้เงินลงทุนน้อยกว่า Direct Mail การทำวิธีการแบบนี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือต่อธุรกิจและองค์กรได้ ช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า วิธีการนี้มุ่งเน้นการสร้างฐานลูกค้าใหม่และเพิ่มฐานลูกค้าเก่า การทำงานด้าน Online Marketing โดยวิธีการ E-mail Marketing แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

หลักการของงานวิธีนี้คือ โปรแกรมจะนำรายชื่อ E-mail มาจากที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นตามเว็บบอร์ดต่างๆหรือซื้อรายชื่อ E-mail มา จากนั้นข้อความที่เราต้องการจะประชาสัมพันธ์จะถูกส่งไปยัง E-mail นั้นๆ แต่วิธีนี้เมื่อ E-mail ถูกส่งไปแล้วจะกลายเป็น Spam เกือบทั้งหมด วิธีการแก้ไขปัญหานี้แก้ได้โดยการตั้งค่า Pop3 หรือ Smtp ในการส่ง E-mail ผ่าน Webhosting ที่คุณใช้บริการ อาจทำให้ Mail Server ของผู้ให้บริการล่มได้ ทำให้ Webhosting ปิดหรือเลิกใช้บริการของคุณโดยทันที ก่อให้เกิดความเสียหายและทำให้โอกาสทางการตลาดของคุณลดลงด้วย

  • การทำ E-mail Marketing ผ่านให้ผู้บริการด้านนี้โดยเฉพาะ

วิธีการของงานด้าน Online Marketing โดยการทำ E-mail Marketing ผ่านผู้ให้บริการด้านนี้โดยเฉพาะ โดยผู้ให้บริการจะส่งข้อความที่คุณต้องการประชาสัมพันธ์ด้วย Mail Server ผ่านระบบ E-mail Filters ข้อความส่วนใหญ่จะถูกส่งเข้า Inbox ทำให้สามารถเพิ่มโอกาสในการทำการตลาดของคุณได้ ซึ่งวิธีการนี้ใช้ระยะเวลาในการจัดการที่สั้นลง สามารถทำรายการทั้งหมด ผ่านเว็บไซต์ของให้ผู้บริการได้เลย

  • Social Media Marketing (SMM)

สุดท้ายในงานด้าน Online Marketing ที่เราจะพูดถึงในบทความนี้คือ Social Media Marketing การตลาดแบบนี้เป็นการตลาดที่ใช้ Social Media หรือ สื่อสังคมออนไลน์ เป็นเครื่องมือหนึ่งที่คุณสามารถนำมาใช้ในการโปรโมทเว็บไซต์ชองคุณได้ เนื่องจาก Social Media เป็นช่องทางการรับรู้ข่าวสารที่นิยมที่สุดในยุคนี้ ผู้ใช้สื่อออนไลน์สามารถเข้าถึงสารได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว การทำการตลาดผ่าน Social Media จะช่วยผลักดันเว็บไซต์ธุรกิจของคุณขยับขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆใน Search Engine ข้อดีของ Social Media Marketing คือ สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ประชาสัมพันธืแล้วทำให้เกิดการรับรู้ได้เยอะและรวดเร็ว

จะเห็นได้ว่างานด้าน Online Marketing มีความคล้ายคลึงกับการตลาดแบบเดิม แต่มีการเปลี่ยนแปลงช่องทางในการกระจายข่าวสารประชาสัมพันธ์ซึ่งงานด้าน Online Marketing เป็นการตลาดที่ไม่ยาก เพียงแค่ต้องเลือกเครื่องมือที่ถูกต้องและเหมาะสม

รู้ไว้ก่อนซื้อ! การเลือกเลนส์แว่นตา สำคัญกว่าที่คุณคิด

คนทุกคนย่อมมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน เรื่องของสายตาเองก็เช่นเดียวกัน การเลือกแว่นตาใส่ไปไหนมาไหนจึงควรต้องเลือกให้เข้ากับรูปหน้าเรามากที่สุด นอกจากแว่นตาที่ใส่จะต้องเหมาะกับเราแล้ว การเลือกเลนส์แว่นตาก็สำคัญเช่นกัน ดังนั้นในการตัดแว่นสายตานั้น เราต้องคำนึงถึงสายตาของเรา รวมไปถึงเลนส์แว่นตา วันนี้เรามีข้อแนะนำในการเลือกแว่นสายตามาฝากกันค่ะ ลองดูกันนะคะว่าคุณเหมาะกับแบบไหน

เลนส์แว่นตา

เลนส์แว่นตา

  1. สายตาปกติ

สำหรับผู้ที่มีสายตาปกติ หากสนใจที่จะใส่แว่นตาก็ต้องคำนึงว่าจะนำไปใช้งานในลักษณะใด หากต้องใช้สายตาในการอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือต้องเผชิญกับฝุ่นและแสงแดดบ่อยๆ ก็ควรสวมแว่นที่เป็นแว่นตากรองแสง โดยเป็นเลนส์มัลติโค้ด หรือเลนส์มัลติโค้ดเปลี่ยนสีก็สามารถช่วยป้องกันได้

  1. สายตาสั้น

ผู้ที่สายตาสั้นส่วนใหญ่แล้วจะใช้แว่นตาที่ขอบหนาเป็นพิเศษ และการเลือกเลนส์แว่นตาควรเลือกใช้เลนส์แบบย่อบางเคลือบแข็ง จะสามารถช่วยให้มองเห็นชัดขึ้นได้

  1. สายตาสั้นและเอียง

ผู้ที่มีสายตาสั้นและเอียง ในบางครั้งจะมีอาการปวดหัว หรือมึนงง ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้แว่นตาที่มีเลนส์มัลติโค้ดเป็นส่วนประกอบ เพราะจะทำให้มองเห็นภาพได้คมชัด เพราะมีความใสกว่าเลนส์พลาสติก จึงสามารถช่วยลดอาการดังกล่าวได้

  1. สายตายาว

สำหรับผู้ที่มีสายตายาวจะมีปัญหาค่อนข้างเยอะ ลักษณะของเลนส์จะเป็นแบบที่ตรงกลางหนาเป็นพิเศษ การเลือกเลนส์แว่นตาควรเลือกแบบย่อบางเคลือบแข็ง ซึ่งสามารถทำให้มองเห็นชัดขึ้นได้เป็นอย่างดี

  1. สายตายาวและเอียง

ผู้ที่มีสายตายาวและเอียง จะมีปัญหาคล้ายๆ กับผู้ที่มีสายตาสั้นและเอียง คือในบางครั้งจะมีอาการมึนงง ดังนั้นแว่นตาที่ใช้ก็จะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งก็คือเลนส์มัลติโค้ด เพราะจะทำให้มองภาพได้คมชัด และมีลักษณะที่ใสกว่าเลนส์พลาสติก ช่วยในการมองเห็นได้ดี

นอกจากนั้นในการเลือกเลนส์แว่นตา นอกจากจะต้องคำนึงถึงสายตาแล้ว เมื่อไปเลือกซื้อแว่นเราควรคำนึงถึงหลักต่างๆ อีก อาทิ ให้ดูผลการวัดสายตาของเราให้ดี และให้คำนึงว่าสถานที่ที่วัดให้มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน เพราะหากวัดสายตาผิดมาก็อาจทำให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ได้ ต่อมาคือดูเรื่องของลักษณะการนำไปใช้ เช่น ใช้จ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เลนส์ที่ใช้ก็ควรมีคุณสมบัติในการป้องกันรังสีจากจอคอมพิวเตอร์ด้วย เป็นต้น รวมไปถึงการเลือกวัสดุในการทำเลนส์ การเคลือบเลนส์ ให้ตรงตามความต้องการ และที่สำคัญควรศึกษาราคา และการรับประกัน โดยให้เรื่องของแบรนด์มาเป็นเรืองรอง เพราะถือว่าการรับประกันสินค้าสำคัญกว่าเป็นอย่างมาก

เลนส์แว่นตามีหลากหลายแบบ ดังนั้นการเลือกเลนส์แว่นตาก็ควรคำนึงถึงสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อที่ว่าแว่นตาที่ซื้อมาจะได้อยู่กับเราไปนานๆ และเกิดประโยชน์กับผู้ใช้ได้อย่างสูงสุด เพราะดวงตาของใครใครก็รัก การจะเสียเงินเพื่อดูแลตัวเองก็ไม่น่าใช่เรื่องเสียหายอะไรไม่ใช่หรือ?

ขอบคุณภาพ แว่นตา สวยๆจาก https://www.facebook.com/giftgreats/

Apple Store สิงคโปร์ สโตร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประเทศสิงคโปร์ ประเทศแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็น shop ที่ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุด พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 พฤษภาคม โดยเปิดตัวในรอบสื่อมวลชน ให้บรรดาสื่อจากหลายๆประเทศ ได้เข้าไปสำรวจ

Apple Store ของสิงคโปร์ตั้งอยู่บนถนนที่เป็นแหล่งชอปปิ้งชื่อดัง ย่าน Orchard ภายในมีทั้งหมด 2 ชั้น ตกแต่งโล่งโปร่ง สบาย โดยใช้กระจก ชั่นล่างเป็นผลิตภัณฑ์ของ apple ทั้งหมด ส่วนชั้นบนตกแต่งด้วยต้นไม้จริง จากประเทศจีน มีแบ่งออกเป็นโซนการเรียนรู้ และ การจัดกิจกรรม ให้ศิลปินท้องถิ่นมีส่วนร่วมกับการใช้เทคโนโลยีของ Apple คนทั่วไปสามารถเข้าฟังได้ทุกสัปดาห์

นอกเหนือจากอุปกรณ์ไอทีแล้ว Apple Store จะทยอยนำ สินค้าหมวดหมู่ชนิดอื่นเข้ามาเพิ่มเติมด้วย เช่น อุปกรณ์ฟิตเนส หากใครได้มีโอกาสไปเที่ยวสิงคโปร์ อย่าลืมแวะไปย่านชอปปิ้งชื่อดังอย่างย่าน Orchard แห่งนี้กันด้วยนะ

รัฐบาลอินเดียประกาศ ห้ามรถรัฐมนตรีติดไซเรน

นายกอินเดียประกาศยกเลิก ห้ามรถรัฐบาล เจ้าหน้าที่อาวุโส ติดไซเรน และไม่ต้องมีรถตำรวจนำขบวน จะอนุญาติเพียงรถฉุกเฉิน รถพยาบาล รถดับเพลิง และรถตำรวจเท่านั้น ที่สามารถติดสัญญาณไซเรนได้

เนื่องมาจากบุคคลวีไอพี ทางอินเดียมักใช้สัญญาณไซเรนเพื่อการฝ่าจราจรในช่วงรถติดกลางเมือง ทำให้ประชาชนผู้ใช้ถนนทั่วไปเกิดความลำบาก โดยคำสั่งนี้จะเริ่มต้น 1 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป คำสั่งนี้เป็นการสร้างความเท่าเทียมให้กับประชาชนในประเทศอินเดียมากทีเดียว

โดยนายกรัฐมนตรีของอินเดีย นายนาเรนทรา โมดี ทวิตผ่านทวิตเตอร์ว่า “Every Indian is special. Every Indian is a VIP.”

โฆษณาสินค้า ให้น่าเชื่อถือ ทำได้ง่าย ๆ แค่ไม่กี่ขั้นตอน

โฆษณาเกินเชื่อ โฆษณาเกินจริง สินค้าตัวนี้จะใช้ได้จริงหรอ หน้าตาไม่น่าใช้เลย คำเหล่านี้เราอาจจะได้เคยยินผ่านหูมาเป็นจำนวนมาก หรือ บางครั้งตัวเราอาจจะเป็นคนพูดคำเหล่านั้นออกมาเอง ซึ่งส่วนมาก โฆษณาสินค้าที่เรามักมองข้าม สังเกตง่าย ๆ คือ มักจะเต็มไปด้วยข้อความยาวเหยียดหรือการจัดวางที่มั่ว แบบไม่มีดีไซน์ หรือ ไม่มีลิ้งค์ไปยังหน้าร้านให้สามารถตรวจสอบได้ วันนี้เราจึงอยากแนะนำขั้นตอนง่าย ๆ ในการโฆษณาสินค้า ให้มีความน่าเชื่อมั่นมากขึ้น

online advertising

  1. เปิดเว็บไซต์ หรือสร้าง Fan page ใน Facebook หรือในช่องทางอื่น ๆ เป็นของตัวเอง ซึ่งจะช่วยเป็นสื่อกลางให้กับคนที่สนใจ ได้เข้ามาเลือกดูสินค้า เป็นการสร้างการตลาดแบบออนไลน์ เป็นช่องทางการโฆษณาสินค้า ที่ทำได้ง่าย โดยต้องคำนึงถึงการออกแบบหน้าเว็บไซต์ด้วย กำหนดโทนและทิศทางของเวบไซต์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
  1. ชื่อร้าน ต้องตั้งให้เด่น อาจใช้การเล่นคำพ้องเสียง พ้องรูป หรือ คำเปรียบเทียบ ซึ่งชื่ออาจระบุสินค้าลงไปด้วยได้ เพื่อเป็นการโฆษณาสินค้าไปในตัว แต่สิ่งที่ไม่ควรทำเลย คือ การยัดทุกอย่างลงไปในชื่อร้าน จนทำให้ชื่อร้านยาวจนเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้าจำไม่ได้
  1. ข้อมูลต่าง ๆ ควรระบุอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ตั้ง ราคา และช่องทางการติดต่อ รวมไปถึง รูปภาพสินค้า อาจทำเป็นภาพ Cover หรือ ภาพปักหมุด ถ้ามีหน้าร้าน ควรถ่ายภาพมาแสดงโชว์ เพื่อเป็นการระบุว่าคุณมีตัวตนจริง สามารถตามไปได้ที่ที่ภาพแสดงได้จริง ซึ่งภาพถ่ายก็ควร หาจุดเด่น หรือแลนด์มาร์ค ที่ใกล้ร้าน เพื่อความสะดวกต่อการเดินทางไปหน้าร้านของลูกค้าในอนาคต
  1. กำหนดราคาสินค้า เรื่องนี้อาจขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าของแบรนด์เอง แต่ราคาที่ดี ควรไม่มากไปหรือต่ำไป หากอยากสร้างความเชื่อมั่นในการโฆษณาสินค้า ตั้งราคาให้ดูจากคู่แข่งในโลกออนไลน์ของเรา แต่ถ้าไม่มีคู่แข่ง ก็สามารถตั้งราคาได้อยากอิสระ
  1. กำหนดเวลาในการจัดส่ง และพร้อมตอบคำถาม การขายของในโลกออนไลน์ นอกจากการโฆษณาสินค้า เจ้าของสินค้า บริการ ก็ต้องเตรียมพร้อมในการตอบคำถามเกี่ยวกับข้อมูลสินค้า หรือ ข้อมูลเพิ่มเติม ยิ่งสามารถตอบได้เร็วเท่าไหร่ ลูกค้าก็จะยิ่งรู้สึกประทับใจ การส่งของก็ควรตรงต่อเวลา หมั่นแจ้งเลขแทรค ติดตามพัสดุ รีวิวการส่งและรับ เพื่อซื้อใจ และแสดงให้เห็นว่าร้านของคุณส่งจริง

เพียงไม่กี่ขั้นตอน การโฆษณาสินค้า ของคุณก็จะน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่ถ้าคุณไม่มีเวลามากพอในการหมั่นโพส หมั่นเชค หรืออัพเดตเทรนด์ต่าง ๆ ให้กับสินค้า หรือหน้าเว็บไซต์ของคุณ ก็ยังคงมีอีกหนึ่งช่องทางง่าย ๆ คือ การส่งต่อให้ผู้เชียวชาญได้เข้าไปเป็นทีมหนึ่งในการพัฒนาการโฆษณาสินค้า เพื่อผลตอบแทนที่เกินคุ้ม

เทคนิคสร้างแบรนด์กับบริษัทโฆษณาให้ประสบความสำเร็จ เงินไม่สูญเปล่า

การโฆษณา คือ ปัจจัยสำคัญในการสร้างแบรนด์และทำธุรกิจให้เป็นที่รู้จัก เพื่อนำไปสู่การสร้างยอดขายและสร้างผลกำไร แต่หากเจ้าของธุรกิจยังไม่เชี่ยวชาญพอ การทำโฆษณาด้วยตนเองอาจจะไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ ช่องทางหนึ่งที่น่าสนใจก็คือการเลือกทำโฆษณากับสื่อกลางอย่างบริษัทโฆษณามืออาชีพ เพื่อให้ธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากขึ้นและเร็วขึ้น

วิธีเลือกบริษัทโฆษณาให้ตอบโจทย์

ปัจจุบันมีบริษัทโฆษณาในประเทศไทยมากมายหลายแห่ง การเลือกบริษัทโฆษณาจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ตอบโจทย์ธุรกิจมากที่สุด และคุ่มค่ากับการลงทุนมากที่สุด โดยใช้เกณฑ์ในการพิจารณา ดังนี้

  • สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงในการเลือกบริษัทโฆษณาก็คือ การตั้งงบประมาณให้เหมาะสมกับขนาดขององค์กร เช่น หากคุณทำธุรกิจขนาดไม่ใหญ่มาก เงินทุนน้อย ก็ไม่ควรไปทุ่มทุนจ้างบริษัทโฆษณาดังๆ ระดับ Top ราคาแพงๆ เพราะจะทำให้งบบานปลายโดยใช่เหตุ
  • พิจารณาจากผลงานเก่าๆที่บริษัทโฆษณานั้นๆเคยทำมาก่อน เพราะโดยปกติแล้ว บริษัทโฆษณาต่างๆมักจะเก็บพอร์ทผลงานไว้อยู่แล้ว ลองขอดูผลงานส่วนนี้ประกอบการตัดสินใจได้
  • ลองดูแนวคิด และวิธีการทำงานของบริษัทโฆษณานั้นๆว่าสอดคล้องกับความต้องการของเราหรือไม่ หรือมีประสบการณ์การทำโฆษณาในกลุ่มสินค้าประเภทเดียวกับเรามาก่อนหรือเปล่า เพื่อจะได้ทำงานได้ง่ายขึ้น

บรีฟ “ให้ข้อมูล” แก่บริษัทโฆษณาให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

การจ้างบริษัทโฆษณา ก็เหมือนกับการหา Partner ในการร่วมงาน สิ่งที่สำคัญจึงอยู่ที่การให้ข้อมูลต่างๆเพื่อให้ง่ายต่อการวางแผน และทำโฆษณาได้ตรงตามความต้องการ โดยข้อมูลสำคัญๆที่เจ้าของธุรกิจควรแจ้งแก่บริษัทโฆษณาประกอบด้วย

  • เป้าหมายหลักของการโฆษณาคืออะไร? แจ้งความต้องการของเราให้บริษัทโฆษณาทราบอย่างชัดเจน เพื่อการดำเนินการที่ตรงจุด เช่น ต้องการโปรโมทสินค้าใหม่ ต้องการสร้างแบรนด์ หรือต้องการกระตุ้นยอดขาย เป็นต้น
  • มีงบประมาณเท่าไหร่? กำหนดงบประมาณให้ชัดเจน เพื่อให้บริษัทโฆษณาได้ทำการการวางแผนต่างๆได้ง่ายขึ้นและเป็นการป้องกันปัญหางบบานปลายอีกด้วย
  • กลุ่มเป้าหมายคือใคร? วิเคราะห์ว่า Target ของเราคือใคร เพราะยิ่งระบุกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนเพียงใด โอกาสในการทำโฆษณาให้ประสบความสำเร็จก็จะง่ายขึ้นและได้ผลมากขึ้นเท่านั้น
  • ต้องการโฆษณาเมื่อไหร่? ระบุให้ชัดเจนว่าต้องการให้โฆษณาออกมาช่วงเวลาใด ระยะเวลานานแค่ไหน เพื่อการวางแผนได้ง่ายขึ้น
  • โฆษณาผ่านสื่ออะไร? ต้องการโฆษณาผ่านช่องทางใด เช่น โทรทัศน์  วิทยุ  สื่อสิ่งพิมพ์ หรือออนไลน์
  • จุดขายของสินค้าคืออะไร? จุดขายของสินค้าคือสิ่งที่สำคัญมาก เพราะบริษัทโฆษณาจะได้นำไปวางแผนเพื่อหาช่องทางทำโฆษณาสู้กับคู่แข่งได้

เลือกบริษัทโฆษณาให้เหมาะสม แจ้งข้อมูลต่างๆแก่บริษัทโฆษณาให้ครบถ้วน เพียงเท่านี้…ก็ใกล้ความสำเร็จในการทำโฆษณาเข้าไปอีกขั้น

สายตาสั้นกับสาเหตุที่แท้จริง

โรคยอดฮิตของยุคสมัยที่มีเทคโนโลยีให้เราตามติดตลอด 24 ชั่วโมง ก็คงหนีไม่พ้น โรคสายตาสั้น ผลสำรวจการใช้มือถือของชาวไทยส่วนใหญ่ ไม่ต่ำกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน/คน ซึ่งถือว่าเยอะมากๆ แต่เหตุผลนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้สายตาสั้นหรอก เพราะปัจจัยหลายๆอย่างสามารถทำให้สายตาสั้นได้เหมือนกัน

กรรมพันธุ์ เหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่สำคัญที่สุด เพราะยีนเป็นตัวกำหนดรูปร่างของลูกตาให้สั้น (สายตายาว) หรือยาว (สายตาสั้น นอกจากนี้ ยีนยังเป็นตัวกำหนดคุณสมบัติของชั้น Sclera ที่เป็นโครงสร้างสำคัญที่กำหนดรูปร่างของลูกตา ถ้าโครงสร้างของชั้น Sclera บอบบาง ก็จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของลูกตาได้มาก แต่ถ้าชั้น Sclera แข็งแรง สิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต ก็จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของลูกตาได้น้อย

โรคที่ดวงตา เช่น ต้อกระจก ต้อหิน หรือจอประสาทตาเสื่อม เป็นต้น โรคเหล่านี้จะทำให้คุณสายตาสั้นได้แบบที่คุณยังไม่ทันได้จ้องจอมือถือ หรือเพ่งอะไรนานๆเลยด้วยซ้ำ

ใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์เลยอายุการใช้งาน บางคนใส่เพลินจนเคยชิน เลยลืมไปว่าแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ก็มีวันหมดอายุนะ และอีกอย่างก็คือ สายตาเราจะเปลี่ยนและคุ้นชินกับเลนส์ จนทำให้เลนส์เริ่มไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร… เพราะฉะนั้น หาเวลาว่างไปเปลี่ยนเลนส์อย่างน้อย 1-2 ปีต่อครั้งกันบ้างนะ

แว่นตา

สายตาสั้นถึงแม้ว่าจะไม่หายขาด แต่เทคโนโลยีและวิวัฒนาการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมา ก็สามารถทำให้เราใช้ชีวิตอยู่กับมันได้อย่างสบายๆ หากใครไม่ได้สายตาสั้นตั้งแต่กำเนิด ดูแลรักษาดวงตาของคุณให้ดีตั้งแต่วันนี้ เพื่อในอนาคตจะได้ไม่ต้องเข้าออกร้านแว่นบ่อยกว่าห้างเนอะ

 

YouTube รองรับการ live streaming ละเอียด 4K

ปัจจุบัน Youtube รองรับวิดีโอความละเอียด 4K มาราว 6 ปีเเล้ว โดยเริ่มมาตั้งเเต่ปี 2010 เเละล่าสุด ได้ประกาศรองรับทั้งวิดีโอธรรมดา และแบบ 360 องศา บนความละเอียดระดับ 3840x2160p @60fps (Video Bitrate Range: 20,000 – 51,000 Kbps) สอดรับกับหน้าจอมือถือและโทรทัศน์ที่แสดงผล 4K จุใจอย่างแน่นอน

โดยครั้งแรกสามารถดูได้ในงาน Game Award 2016 เริ่มถ่ายทอดสด ประมาณ 9 โมงเช้าในวันที่ 02/12/2016 ตามเวลาในบ้านเรา รอติดตามกันได้เลย

 

 

4 ค่าใช้จ่ายของ Private Cloud ที่ต้องระวัง!

Private Cloud ที่มาพร้อมภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องคิดคำนวณอย่างรอบคอบ

1.ค่าออกแบบ Application ใหม่

Application แบบเดิมๆ อาจจะไม่เหมาะกับการใช้ในระบบ Cloud Computing โปรแกรมแบบเก่าบางตัวอาจจะรันการทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร ต้องสำรวจก่อนว่ามีวิธีการอะไรบ้างที่จะนำ Application ของท่านไปวางไว้บน Cloud และค่าใช้จ่ายสูงเพียงใด

2.ปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรม

Private Cloud ขึ้นชื่อเรื่องความเสถียร พร้อมใช้งาน ยืดหยุ่น และมีการอัพเดทอยู่เสมอ ดังนั้นค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็จะมาจากการปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมและอุปกรณ์นี่เองล่ะ

3.การเพิ่มระบบทำงานอัตโนมัติ

ถึงจะเรียกว่าระบบอัติโนมัติ แต่มันก็ไม่ได้ทำงานได้เองทันทีโดยปราศจากการตั้งค่าจากทีม IT นอกจากนี้ยังต้องการการตรวจเช็คและ Update เป็นระยะ

4.การเปลี่ยนขั้นตอนการดำเนินธุรกิจ

บางครั้งการใช้งานจริงก็ไม่มีความคุ้มค่ามากพอให้เปลี่ยนมาใช้ระบบ Private Cloud ที่มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายและภาระผูกพันในการปรับแต่งระบบ